นานมาแล้ว...

มีพระราชา ผู้ซึ่งบอกกับคนขี่ม้าของเขาว่า ถ้าเขาสามารถขี่ม้าไปครองพื้นที่ได้มากเท่าไรก็ตาม พระราชาจะยกที่ดินนั้นให้กับเขา

คนขี่ม้าจึงควบม้าของเขาไปอย่างรวดเร็ว เพื่อครอบครองที่ดินให้มากเท่าที่จะทำได้ เขาเร่งควบม้าไปเรื่อยๆ เร็วเท่าที่ม้าจะรับไหว ……. เมื่อเขาหิวหรือเหนื่อย เขาจะไม่หยุดควบม้า เพราะเขาต้องการครอบครองดินแดนให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อมาถึงจุดหนึ่งเขาหมดแรง และกำลังจะตาย 

เขาจึงถามตัวเองว่า….

” ทำไมเราถึงกดดันตัวเองอย่างหนักเพื่อให้ได้ครอบครองผืนดิน? ตอนนี้เรากำลังจะตายและเราก็ต้องการเพียงแค่ที่ดินเล็กๆ เพื่อฝังศพตัวเอง “

เรื่องข้างต้นก็เหมือนการเดินทางของชีวิตพวกเรา…. 

เราผลักดันตัวเองทุกวันเพื่อให้มีเงินมากๆมีอำนาจ และเป็นที่ยอมรับของผู้อื่นละเลยที่จะดูแลสุขภาพของตัวเองและรักษาความรู้สึกของคนรอบข้าง…. 

เราไม่มีแม้เวลาที่จะให้กับครอบครัว และชื่นชมกับสิ่งสวยงามรอบตัว หรือแม้กระทั่ง งานอดิเรกที่เรารัก เราก็ไม่มีแม้เวลาที่จะทำมันเเละวันหนึ่งเมื่อเรามองกลับไป ….เราจะตระหนักว่า สิ่งที่ต้องการนั้น จริง ๆ เรากลับไม่ได้รู้สึกถึงมันทั้งที่จริงๆเเล้วมันอยู่ใกล้เสียเหลือเกิน …..

เราทุกคนเเค่ต้องการวันดีๆสักวันหนึ่งด้วยการดื่มกาแฟดีๆสักเเก้วฟังเพลงที่เราชอบ เล่นกับสัตว์ที่เรารัก ไม่ใช่เเค่ให้อาหารจนถึงเเม้กระทั่งดูเเลลูกๆตามหน้าที่ ชีวิตไม่ใช่หน้าที่ความรับผิดชอบของใคร เราเเค่เพียงปล่อยให้มันเป็นไป…. เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปเเก้ไขกับสิ่งที่เราพลาดไปในชีวิตได้  เเต่ชีวิตไม่ใช่ชะตากรรมที่ใครต่อใครจะเลือกขีดให้เราเดิน เราไม่สามารถเลือกหรือห้ามให้สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเราไม่ได้เเต่การเลือกตอบสนองต่อสิ่งที่ได้รับในชีวิตเราได้ ชีวิตมีได้เเค่สุขกับทุกข์เท่านั้นเเหละเเล้วเราจะเลือกอะไร ความพึงพอใจของชีวิตคือการเลือกหนทางเดินที่เราเลือกไม่ใช่รับการรับชะตากรรม เเล้วเราจะสร้างสมดุลให้กับชีวิตอย่างไร?

ต้องตัดสินใจด้วยสัญชาตญาณของตัวของเราเองเท่านั้น…. สิ่งที่เราทำวันนี้จะกำหนดวันพรุ่งนี้เสมอ

มีเพียงสิ่งเดียวในจักรวาลที่เราควบคุมได้คือตัวเราเองเท่านั้น ไม่ว่าเราจะเลือกสงครามหรือสันติภาพ เราทุกคนล้วนต้องตายทั้งสิ้น ,…